2555

วิษณุ บอกช่วยไม่ได้ ทักษิณ ไม่ส่งทนายสู้คดีแปลงสัมปทาน

รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชี้ “ทักษิณ” เมินตั้งทนายสู้คดีแปลงค่าสัมปทานฯ เป็นผลเสียเอง ระบุศาลฎีกาฯ เดินหน้าไต่สวนฝ่ายเดียวตามกฎหมายใหม่ ขณะเดียวกัน อ้าง “โออีซีดี” เล็งเห็นความก้าวหน้าป้องปรามโกงของไทย

วันนี้ (7 มี.ค.) ที่โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่แต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับ คดีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ว่าศาลก็จะพิจารณาไปฝ่ายเดียว ช่วยไม่ได้เพราะเป็นระบบไต่สวน

เมื่อถามว่ากรณีนายทักษิณบอกไม่ยอมรับการพิจารณาคดีลับหลัง เป็นการดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ตนไม่มีความเห็น เมื่อถามย้ำว่าการไม่ตั้งทนายต่อสู้คดีจะเป็นผลเสียต่อนายทักษิณเองใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “แน่นอน เพราะศาลสามารถพิจารณาได้ฝ่ายเดียว ศาลอาจจะช่วยซักพยานให้ได้บ้าง แต่คงทำได้ไม่เต็มที่เหมือนมีทนายมาช่วยซัก การตั้งทนายความมาสู้คดีแบบนั้นดีที่สุด แม้ไม่ซักถามอะไรมานั่งสังเกตการณ์ก็ยังดี”

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท ที่เตรียมก่อตั้งพรรคการเมือง ออกมาพูดผ่านโซเชียลมีเดียจนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนเป็นการหาเสียทั้งที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกทางการเมืองว่า ตนไม่อยากไปวินิจฉัย ตนว่า คสช.คงจับตาดูอยู่ ถ้าไปถึงจุดที่ล้ำเส้นเมื่อไหร่ก็จะเตือน ถ้าเกินจากนั้นก็ต้องเชิญมาห้ามปราม

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จัดการประชุมรับฟังรายงานการเสริมสร้างความซื่อตรงในภาครัฐ นายวิษณุกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า โออีซีดีมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าองค์กรของสหประชาชาติ แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก แต่เรามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ใครที่คลุกคลีในองค์กรของรัฐจะได้ยินบ่อยว่าให้ทำตามคำแนะนำของโออีซีดีซึ่งมี 2 มิติ คือ มิติทางกฎหมาย และมิติการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย มีการทาบทามว่าประเทศไทยสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ป.ป.ท.และ ก.พ.ร.ก็สนับสนุนว่าควรทำเอกสารทางวิชาการร่วมกับโออีซีดี ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการเรื่องการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทั้งการที่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถให้หน่วยงานอื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้ การผลักดันให้มีศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบ การแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคดีทุจริต ทั้งหมดนี้โออีซีดีเล็งเห็นความก้าวหน้าของเรา