ทุบทิ้งออกมาได้ ครบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง 0-1

ฟุตบอล ยูโรปา ลีก กลุ่มเอ
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2559
เฟเนร์บาห์เช่ (ตุรกี) 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
สนาม : ซูครู ซาลาโกคลู สเตเดี้ยม

เปิดเกมมาแค่เพียง 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำ ฮาซาน อาลี คัลดิริม เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ มุสซ่า โซว์ กระโดดตีลังกายิงด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เสียบใต้คานเข้าไปสุดสวย เฟเนร์บาห์เช่ ขึ้นนำ 1-0

เจ้าบ้านยังทำเกมได้ดีกว่า และได้ลุ้นอีกในนาทีที่ 24 โวลคาน เซน วางบอลเข้าเขตโทษ เยเรเมน เลนส์ วิ่้งมาโหม่งเช็ดแต่โดนไม่ดีบอลผ่านหน้าประตูออกไป

สถานการณ์ของทีมเยือนยังไมดีขึ้น แถมนาทีที่ 30 ปอล ป็อกบา ยังมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไหว ทำให้ต้องเปลี่ยนเอา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลงเล่นแทน

นาทีที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความคล่องพาบอลลุยเข้าไปทางฝั่งขวาของเขตโทษ แล้วพยายามจ่ายยัดไปทางเสาสองให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิง แต่ โวลคาน เดมิเรล
กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 59 เจ้าบ้านมาได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา เยเรเมน เลนส์ บรรจงปั่นโค้งบอลอ้อมกำแพงเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวย ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมอง เฟเนร์บาห์เช่ หนีห่าง 2-0

นาทีที่ 69 เฟเนร์บาห์เช่ ยังทำเกมบุกต่อเนื่อง เยเรเมน เลนส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ได้หลุดเข้าไปยิงแต่ติดตัว ดาบิด เด เคอา

ก่อนหมดเวลานาทีเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเยือนมาได้ประตูไล่มา 1-2  เวย์น รูนี่ย์ พลิกบอลกลับตัวก่อนสับไกด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปสุดงาม

ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุม ฆวน มาต้า เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ ได้โหม่งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่มีตัวคุมเส้นโขกทิ้งออกมาได้

จบเกม เฟเนร์บาห์เช่ เปิดบ้านเบียดเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เก็บสามแต้มขยับขึ้นอันดับ 2 ของกลุ่ม ส่วน “ปีศาจแดง” หล่นมาอยู่ที่ 3

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เฟเนร์บาห์เช่ (4-3-3) : โวลคาน เดมิเรล – เซเนอร์ โอซบายราคลี, ซิมอน เคียร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฮาซาน อาลี คัลดิริม – ซูซ่า, อัลเปอร์ โปทุค, เมห์เหม็ต โตปัล – เยเรเมน เลนส์, มุสซ่า โซว์, โวลคาน เซน
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – มัตเตโอ ดาร์เมียน, มาร์กอส โรโฮ, ดาเล่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์ – อันเดร์ เอร์เรร่า, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน – มาร์คัส แรชฟอร์ด, ปอล ป็อกบา, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล – เวย์น รูนี่ย์
ผู้ตัดสิน : มิโลราด มาซิช (เซอร์เบีย)

ฟุตบอล ยูโรปา ลีก กลุ่มเอ
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2559
เฟเนร์บาห์เช่ (ตุรกี) 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
สนาม : ซูครู ซาลาโกคลู สเตเดี้ยม

เปิดเกมมาแค่เพียง 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำ ฮาซาน อาลี คัลดิริม เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ มุสซ่า โซว์ กระโดดตีลังกายิงด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เสียบใต้คานเข้าไปสุดสวย เฟเนร์บาห์เช่ ขึ้นนำ 1-0

เจ้าบ้านยังทำเกมได้ดีกว่า และได้ลุ้นอีกในนาทีที่ 24 โวลคาน เซน วางบอลเข้าเขตโทษ เยเรเมน เลนส์ วิ่้งมาโหม่งเช็ดแต่โดนไม่ดีบอลผ่านหน้าประตูออกไป

สถานการณ์ของทีมเยือนยังไมดีขึ้น แถมนาทีที่ 30 ปอล ป็อกบา ยังมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไหว ทำให้ต้องเปลี่ยนเอา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลงเล่นแทน

นาทีที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความคล่องพาบอลลุยเข้าไปทางฝั่งขวาของเขตโทษ แล้วพยายามจ่ายยัดไปทางเสาสองให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิง แต่ โวลคาน เดมิเรล ทุบทิ้งออกมาได้ ครบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง 0-1

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 59 เจ้าบ้านมาได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา เยเรเมน เลนส์ บรรจงปั่นโค้งบอลอ้อมกำแพงเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวย ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมอง เฟเนร์บาห์เช่ หนีห่าง 2-0

นาทีที่ 69 เฟเนร์บาห์เช่ ยังทำเกมบุกต่อเนื่อง เยเรเมน เลนส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ได้หลุดเข้าไปยิงแต่ติดตัว ดาบิด เด เคอา

ก่อนหมดเวลานาทีเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเยือนมาได้ประตูไล่มา 1-2  เวย์น รูนี่ย์ พลิกบอลกลับตัวก่อนสับไกด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปสุดงาม

ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุม ฆวน มาต้า เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ ได้โหม่งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่มีตัวคุมเส้นโขกทิ้งออกมาได้

จบเกม เฟเนร์บาห์เช่ เปิดบ้านเบียดเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เก็บสามแต้มขยับขึ้นอันดับ 2 ของกลุ่ม ส่วน “ปีศาจแดง” หล่นมาอยู่ที่ 3

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เฟเนร์บาห์เช่ (4-3-3) : โวลคาน เดมิเรล – เซเนอร์ โอซบายราคลี, ซิมอน เคียร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฮาซาน อาลี คัลดิริม – ซูซ่า, อัลเปอร์ โปทุค, เมห์เหม็ต โตปัล – เยเรเมน เลนส์, มุสซ่า โซว์, โวลคาน เซน
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – มัตเตโอ ดาร์เมียน, มาร์กอส โรโฮ, ดาเล่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์ – อันเดร์ เอร์เรร่า, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน – มาร์คัส แรชฟอร์ด, ปอล ป็อกบา, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล – เวย์น รูนี่ย์
ผู้ตัดสิน : มิโลราด มาซิช (เซอร์เบีย)